เลือกกินผักฤดูหนาว การเลือกกินผักตามฤดูกาล นอกเหนือจากหาซื้อได้ง่ายและราคาถูกแล้ว ยังได้รับสารอาหารมากกว่าด้วย เพราะผักบางชนิด หากซื้อนอกฤดูกาลอาจมีสารพิษทางการเกษตรมากกว่าปกติ เนื่องจากผักมักจะอ่อนแอและเป็นโรคง่ายทำให้ต้องใช้สารเคมีมากกว่าปกติ
ผักที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ง่ายในช่วงฤดูหนาว มีดังนี้
ผักป๋วยเล้ง (คนไทยมักเรียก “ผักโขม”) เป็นผักที่อุดมด้วยสารแคโรทีน ป้องกันการก่อตัวของมะเร็ง ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ ทั้งยังมีสารโฟเลต และธาตุโพแทสเซียมสูง ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง โรคเลือดจางและอาการท้องผูกด้วย แต่ในผักป๋วยเล้งมีกรดยูริกมาก คนที่ป่วยเป็นโรคเกาต์หรือไขข้ออักเสบจึงไม่ควรรับประทาน
บร็อคโคลี มีวิตามินซีสูง อุดมด้วยเบตาแคโรทีน โฟเล็ต เหล็กและโพแทสเซียม ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง โรคหัวใจและมีประโยชน์ต่อผู้ที่ปวดตามข้อ หากนำบร็อคโคลีไปปรุงอาหารด้วยการต้ม จะทำให้วิตามินซีในผักลดลงเกือบครึ่ง ใช้วิธีนึ่งพอสุกหรือผัดจะดีกว่า
กะหล่ำปลี มีให้รับประทานตลอดปี อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งที่มีสาเหตุจากฮอร์โมนได้ในระดับหนึ่ง เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ใบสีเขียวกะหล่ำปลียังมีวิตามินเค เบตาแคโรทีน โฟเลตและวิตามินบี 2 อีกด้วย แต่หากกินกะหล่ำปลีดิบมากจนเกินไปจะทำให้ท้องอืดและอาจมีผลทำให้ขาดธาตุไอโอดีนด้วย
ผักบำรุงผิว-เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย นอกเหนือจากการกินผักฤดูหนาวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ท้องแล้ว ยังมีผักที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณแม่ในช่วงฤดูหนาวด้วย
ขิง รสเผ็ดร้อนของขิงจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ยังช่วยขับลม ย่อยอาหารและแก้ท้องอืดอีกด้วย
มะนาว น้ำมะนาวช่วยย่อยอาหารและเสริมกรดในกระเพาะอาหาร หากดื่มเป็นประจำ จะช่วยป้องกันการแท้ง ส่วนเปลือกมะนาว เป็นยาขับลม และน้ำมันที่ผิวของมะนาวยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้ โดยผ่ามะนาวครึ่งซีกแล้วเอาไปทาหรือพอกบริเวณที่ผิวแห้งจะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น ลดอาการคันและอักเสบ
ขมิ้น เป็นส่วนผสมอยู่ในผงกะหรี่ ช่วยแก้อาการท้องอืด ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยสมานแผล ลดอาการคันและผดผื่นตามผิวหนังได้ โดยนำขมิ้นสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่
ผักที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ง่ายในช่วงฤดูหนาว มีดังนี้
ผักป๋วยเล้ง (คนไทยมักเรียก “ผักโขม”) เป็นผักที่อุดมด้วยสารแคโรทีน ป้องกันการก่อตัวของมะเร็ง ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ ทั้งยังมีสารโฟเลต และธาตุโพแทสเซียมสูง ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง โรคเลือดจางและอาการท้องผูกด้วย แต่ในผักป๋วยเล้งมีกรดยูริกมาก คนที่ป่วยเป็นโรคเกาต์หรือไขข้ออักเสบจึงไม่ควรรับประทาน
บร็อคโคลี มีวิตามินซีสูง อุดมด้วยเบตาแคโรทีน โฟเล็ต เหล็กและโพแทสเซียม ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง โรคหัวใจและมีประโยชน์ต่อผู้ที่ปวดตามข้อ หากนำบร็อคโคลีไปปรุงอาหารด้วยการต้ม จะทำให้วิตามินซีในผักลดลงเกือบครึ่ง ใช้วิธีนึ่งพอสุกหรือผัดจะดีกว่า
กะหล่ำปลี มีให้รับประทานตลอดปี อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งที่มีสาเหตุจากฮอร์โมนได้ในระดับหนึ่ง เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ใบสีเขียวกะหล่ำปลียังมีวิตามินเค เบตาแคโรทีน โฟเลตและวิตามินบี 2 อีกด้วย แต่หากกินกะหล่ำปลีดิบมากจนเกินไปจะทำให้ท้องอืดและอาจมีผลทำให้ขาดธาตุไอโอดีนด้วยผักบำรุงผิว-เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย นอกเหนือจากการกินผักฤดูหนาวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ท้องแล้ว ยังมีผักที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณแม่ในช่วงฤดูหนาวด้วย
ขิง รสเผ็ดร้อนของขิงจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ยังช่วยขับลม ย่อยอาหารและแก้ท้องอืดอีกด้วย
มะนาว น้ำมะนาวช่วยย่อยอาหารและเสริมกรดในกระเพาะอาหาร หากดื่มเป็นประจำ จะช่วยป้องกันการแท้ง ส่วนเปลือกมะนาว เป็นยาขับลม และน้ำมันที่ผิวของมะนาวยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้ โดยผ่ามะนาวครึ่งซีกแล้วเอาไปทาหรือพอกบริเวณที่ผิวแห้งจะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น ลดอาการคันและอักเสบ
ขมิ้น เป็นส่วนผสมอยู่ในผงกะหรี่ ช่วยแก้อาการท้องอืด ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยสมานแผล ลดอาการคันและผดผื่นตามผิวหนังได้ โดยนำขมิ้นสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียด บีบน้ำที่ได้นำมาทาผิว หลังอาบน้ำเช้า-เย็น แต่อาจจะมีสีของขมิ้นติดตามเสื้อผ้าที่สวมใส่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น